บทที่ 6 ตอนที่ 5

"ถ้าตื่นแล้วก็กลับไปนอน พ่อแม่มึงไม่สอนเรื่องมารยาทหรือไง?" 

"ฮะ.."

เทียนกะพริบตาปริบเพราะจู่ ๆ ใบหน้าคมคายพลันเปลี่ยนเป็นดุขึ้นมาราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้เป็นคนที่นั่งยิ้มอย่างนั้นแหละ เทียนขยับลุกขึ้นแม้จะยังมึนจากการที่หัวโขกพื้นอยู่ ใบหน้าจิ้มลิ้มถมึงทึงหันไปจ้องหน้าเสือคชาด้วยความคับแค้นใจ 

"ไบโพลาร์" 

เทียนถอนหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนเขาจะลุกขึ้นด้วยท่าทางสะบัดสะโบก ร่างเล็กเดินออกไปจากเรือนใหญ่แล้วสวมใส่รองเท้าแตะ ก่อนไปก็ไม่วายหันไปมองค้อนอีกครั้ง 

"ที่หวงของดีเพราะตัวเองก็กลัวผีใช่ไหมล่ะ" 

"ประเดี๋ยวเถอะ!"

คชาทำท่าจะยกมือขึ้นเหนี่ยวหัวทุย ๆ นี่สักที แต่เทียนกลับดีดตัวออกมาก่อนพร้อมแลบลิ้นใส่แล้ววิ่งลงไปจากเรือนทันที ทำเอาคชาต้องยกมือขึ้นกุมขมับ หากไม่ติดว่านี่เป็นช่วงดึกเขาคงจะตามไปจับมาลงโทษด้วยไม้เรียวสักทีสองที 

เทียนเดินแกว่งแขนพลางฮัมเพลงมาตลอดทาง เขายอมรับว่ายังคงไม่ล่าถอยเรื่องการขอเครื่องรางมากันผีจากเสือคชา อย่างน้อยถ้าได้มามันอาจจะช่วยลดความกลัวลงได้บ้าง 

คนอะไรก็ไม่รู้ขี้งกได้โล่ แบบนี้สินะนายเอกถึงไม่เห็นหัวตอนช่วงแรก ..พอคิดมาถึงตรงนี้มันทำให้เรียวคิ้วบางค่อย ๆ ย่นเข้าหากัน ตั้งแต่มาถึงชุมโจรเขาไม่เห็นว่าเสือคชาจะสนใจต้นรักแม้แต่จะชายตามอง หรือจะเป็นช่วงแรก ๆ ที่ทั้งคู่เจอกัน อาจมีเหตุการณ์บางอย่างทำให้พระนายเริ่มมองกันก็ได้ เพราะเหตุการณ์ในนิยายมันคลาดเคลื่อนหลายอย่างตั้งแต่ที่เขาเข้ามาอยู่ในร่างนี้ 

เทียนเดินมาถึงกระท่อมของตนในเวลาไม่นาน เขาค่อย ๆ นั่งลงบนพื้นพลางสำรวจตัวเองผ่านกระจกบานเล็ก และสิ่งที่เขาสงสัยมาตลอดตั้งแต่เข้าร่างคือทำไมร่างนี้ถึงได้เหมือนเขานัก ทั้งหน้าตาและผิวพรรณต่างกันก็ตรงหุ่นที่ไม่ได้อวบอั๋นน่ากอด ..คุณย่าอุตส่าห์ขุนเขาให้จ้ำม่ำ มาตอนนี้ผอมอย่างกับตั๊กแตน 

เทียนเลิกเสื้อขึ้นเล็กน้อย มันน่าแปลกตรงที่มีขี้แมลงวันอยู่ตรงไหปลาร้าและใต้สะดือ จุดเดียวกับร่างเดิมของเขาเป๊ะ เหมือนราวกับเป็นคนเดียวกัน

เทียนค่อย ๆ นำผมที่เริ่มยาวทัดหูตนเอง เห็นทีพรุ่งนี้เขาคงต้องเล็มตัดเสียบ้าง จะได้ไม่รกรุงรังมากเกินไป 

เช้า

คชาสวมหมวกปีนเดินเข้ามาภายในซุ้มสำหรับการวางแผนเตรียมปล้นวันมะรืนนี้

"เพื่อนมึงไปไหนอีกคน" 

"ครับ?" ยงยุทธที่วางถาดขนมลงบนโต๊ะซึ่งกำลังประชุมเรื่องการปล้นบ้านผู้ใหญ่สมดีเลิกคิ้วขึ้น 

"ทำไมถึงออกมาทำงานกันแค่สามคน" คชาเท้าเอวเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่ากลับทำให้ยงยุทธรู้สึกหวั่นเกรงได้ไม่ยาก 

"เทียนยังไม่ตื่นครับ" ยงยุทธตอบออกไปตามความจริง ทำให้คชาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้ววางแผนที่ลงกลางโต๊ะ 

"ส่งคนไปลากออกมาทำงาน อย่าให้กินแรงคนอื่น" 

"แล้วพี่จะให้ทำงานอะไร เดี๋ยวฉันไปบอกนางมะลิให้จัดการ" สมพรหันมาถามระหว่างจัดเตรียมของที่ต้องใช้ 

"ซักผ้า แล้วก็ให้มันมาเป็นคนคอยเดินส่งของว่าง" เพราะการวางแผนของคชานั้นใช้เวลานานนับหลายชั่วโมง การปล้นที่ผ่านมาเลยไม่ผิดพลาดหรือล้มเหลวเลยสักครั้ง 

"ได้พี่ เดี๋ยวฉันออกไปบอกนางมะลิมันให้" สมพรกำลังเดินออกไป แต่ดูเหมือนเขาจะหันไปเห็นใครบางคนกำลังหอบตะกร้าผ้าของหมู่โจรอยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง

"เห็นทีนางมะลิจะรู้หน้าที่" สมพรหันมายิ้มให้คชาพลางทอดมองไปยังเจ้าของสีหน้างอเง้าที่กำลังแบกตะกร้าผ้าเดินไปทางน้ำตกอยู่ 

มุมปากหยักกระตุกยกขึ้นเพียงครู่ คชาไม่เข้าใจตนเองเลยสักนิดว่าทำไมถึงสนุกที่ได้เห็นใบหน้าบูดบึ้งของเทียนหอม และการกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาของสมพร ชายหนุ่มมองผู้เป็นนายสลับกับเด็กคนนั้นพลางกระตุกยิ้มขึ้นมาบ้าง เพราะสมพรไม่เคยเห็นพี่คชาเป็นแบบนี้มาก่อน เห็นทีอาจจะมีอะไรบางอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

เทียนวางตะกร้าผ้าลงบนพื้น เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังจากที่ต้องรู้ว่าการมาอยู่ชุมโจรต้องช่วยกันทำงาน ซึ่งเขาได้รับมอบหมายให้ซักเสื้อผ้า

"แหวะ" ขนาดเสื้อผ้าของตัวเองยังไม่เคยซัก ทำไมต้องมาทำของคนอื่นด้วยก็ไม่รู้ เทียนหยิบเสื้อตัวหนึ่งออกมาช้า ๆ แล้วแช่ลงในน้ำ ต่อไปก็ต้องใช้ผงซักฟอกเลยหรือเปล่า?

"อ๊ะ!" ทว่าหันกลับไปหยิบแป๊บเดียวเสื้อตัวนั้นดันถูกน้ำพัดพาออกไปไกลแล้ว เทียนกลืนน้ำลายลงคอรีบมองซ้ายขวาว่ามีคนเห็นสิ่งที่เขาทำหรือเปล่า 

"...." 

เทียนมองต้นรักที่ยืนเงียบอยู่ทางด้านหลัง อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรนอกจากเดินมานั่งลงด้านข้างเขา แล้วหยิบเสื้อออกมาเพื่อเริ่มลงมือซัก

"เมื่อกี้นายไม่เห็นอะไรใช่ปะ" เทียนแกล้ง ๆ ถาม ทำตัวให้ดูไม่มีพิรุธ 

"เปล่า เราไม่เห็นหรอก" ต้นรักส่ายหน้าทั้งที่เทียนเหมือนจะรู้แก่ใจว่าอีกฝ่ายต้องเห็นแน่ ๆ 

"ขอบคุณนะ" เทียนกระซิบ แล้วกลับมาสนใจเสื้อผ้าในตะกร้าต่อ เพราะมะลิย้ำนักย้ำหนาว่าต้องเสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง 

รีบขนาดนั้นทำไมไม่มาทำเองก็ไม่รู้

"รัก เดี๋ยวผมทำให้" ยงยุทธเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง สภาพมอมแมมเหมือนเพิ่งจะไปทำงานหนักมา

"ไม่เป็นไร ยุทธไปพักเถอะ เราทำได้"

"เสื้อผ้าเยอะขนาดนี้ รักทำไม่ไหวหรอก" ยงยุทธนั่งลงด้านข้างต้นรักแล้วคว้าเอาเสื้อผ้ามาซักเองทั้งหมด โดยมีเทียนนั่งมองทั้งคู่ตาละห้อย เขาละอยากเกิดมามีคนคลั่งรักแบบนี้บ้างจริง ๆ ซึ่งทั้งสองใช้เวลาช่วยกันไม่นานเสื้อผ้าทั้งหมดของต้นรักที่ได้รับมอบหมายก็ซักเสร็จเรียบร้อย 

เทียนหันไปยิ้มแฉ่งให้ยงยุทธ แต่อีกฝ่ายกลับยกตะกร้าขึ้นแล้วเดินผ่านออกไปไม่สนใจเขาเลยสักน้อย เทียนเกาหลังลำคอแก้เก้อ 

"ให้เราช่วยไหม" ต้นรักเดินเข้ามาเอ่ยถาม แต่เทียนยังไม่ทันได้ตอบกลับ ข้อมือเล็กดันถูกจับแล้วดึงต้นรักออกไปโดยยงยุทธ 

เทียนกลับมานั่งเหม่อมองกองเสื้อผ้าอีกครั้ง พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วนั่งใช้มือเท้าคางมองวิวน้ำตกเบื้องหน้า คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้ว่าเผลอหลับลงไปตอนไหน 

คชาเดินมาที่น้ำตกหลังจากทุกคนเสร็จงาน เขายืนกอดอกมองเด็กที่กำลังนั่งสัปหงกหลับอยู่ข้างน้ำตก ไหนจะเสื้อผ้ากองพะเนินเทินทึกที่ดูเหมือนไม่ได้ลงมือทำเลยสักตัว เขาเดินเข้าไปหยุดยืนลงที่ด้านหลัง

"ยังทำงานไม่เสร็จ มาแอบหลับได้ยังไง" แม้จะเป็นน้ำเสียงทุ้มที่ไม่ได้เอ่ยออกมาดังมากนัก แต่กลับทำให้เทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาเผลอทำหน้าตาเหลอหลาแล้วหันมาทางคชา พร้อมลุกขึ้น

"ไม่ได้หลับสักหน่อย ฉันแค่..."

"แค่อะไรของมึง" เรียวคิ้วคมเลิกขึ้นราวกับคาดคั้นเอาคำตอบ 

"แค่นั่งรับลม" เทียนตอบเสียงอ่อย เพราะรู้ว่าเหตุผลของตัวเองฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด

"...."

"แล้วไง ก็ในเมื่อมันไม่ใช่งานของฉันสักหน่อย โดนจับตัวมายังต้องเป็นทาสอีกหรือไง" เทียนยกแขนขึ้นกอดอก ไม่ยอมให้ตนเองกลายเป็นฝ่ายผิดหรอก

"ทุกคนที่นี่ต่างทำงานด้วยกันทั้งนั้น มึงจะมางอมืองอเท้าเอาเปรียบคนอื่นไม่ได้หรอก"

"แล้วทำไมต้องซักผ้า งานอย่างอื่นพี่ไม่มีให้ฉันทำแล้วหรือไง"

"งานแบบนี้ใครเขาก็ทำกัน"

"ใครคนไหนที่เขาทำ" 

คชากอดอกมองไอ้เด็กตรงหน้าที่ยังคงเถียงเขาคอเป็นเอ็น ใบหน้าคมส่ายไปมาช้า ๆ คล้ายเอือม ตอนแรกก็รู้อยู่หรอกว่าดื้อ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ 

"งั้นซักตรงนี้ให้เสร็จ ประเดี๋ยวกูจะหางานให้มึงทำใหม่" คชาหาทางออกให้ดีที่สุด ชักนึกสงสัยในตัวเองนัก ว่าทำไมถึงต้องมายืนเถียงกับเด็กดื้อตรงหน้าด้วย ทั้งที่ปกติคำสั่งของเขาเป็นอันเด็ดขาดเสมอ 

"ฉันไม่อยากซักผ้าแล้ว พี่ก็ให้คนอื่นซักไปก่อนแล้วกัน"

เทียนพูดจบกำลังจะเดินออกไป ทว่าเรียวแขนกลับถูกจับเอาไว้แล้วดึงกลับมาให้ยืนที่เดิม 

"ไปซักผ้าให้เสร็จ อย่าโยนหน้าที่ให้คนอื่น"

"ฉันซักไม่เป็น เดี๋ยวไปทำความสะอาดเรือนก็ได้"

"กลับไปนั่งลงที่เดิม แล้วทำตรงนี้ให้เสร็จเสียก่อน!"

"ก็บอกว่าซักไม่เป็นไง!"

"อย่ามาขึ้นเสียง!" 

บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสนิท เทียนเม้มริมฝีปากแน่นคล้ายกำลังตกใจที่ถูกตะคอก เขาค่อย ๆ ดึงมือข้อมือออกมาพร้อมใบหน้าบึ้งตึง คชาผ่อนลมหายใจเตรียมจะพูดบางอย่าง แต่ร่างบางกลับหมุนตัวเดินกลับไปนั่งลงที่เดิมพร้อมหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาทำตามคำสั่ง ..แบบประชดประชัน

"ลุกมา เดี๋ยวให้คนอื่นมาทำแทน มึงขึ้นไปทำความสะอาดเรือนกูไป" 

"...." ไม่มีเสียงตอบกลับมาเพราะเทียนเลือกจะเงียบแล้วนั่งทำหน้าที่ของตนต่อ คชายืนอยู่ตรงนั้นมองเด็กที่กำลังเงอะงะกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ เขาผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งยองลงด้านข้าง

"ซักแบบนี้" คชาดึงเสื้อสีดำออกมาจากมือของเทียน 

"มายุ่งอะไรด้วย" 

"กูจะสอนมึงซักผ้าอยู่นี่ไง คอยดูไว้จะได้ทำเป็น"

"...." เทียนเงียบไม่ตอบนอกจากเผลอทำแก้มพองลม 

"นั่งดี ๆ เลิกทำหน้างอได้แล้ว" คชาหันมาดุอีก ยิ่งทำให้เทียนหน้างอเง้ามากขึ้นกว่าเดิม

"...."

"ดูไว้ จะได้ทำเป็น" คชาเอ่ยขึ้นระหว่างเริ่มสอนเทียนซักผ้า แม้จะมีเขาพูดอยู่คนเดียวแต่ก็รู้ดีว่าเทียนกำลังฟังเขาอยู่ พอเสร็จแล้วเลยส่งเสื้อผ้าให้เทียนลองทำตามที่เขาสอน 

คืนวันก่อนออกปล้นครั้งที่สองของเดือน

"ทำอะไรอยู่" ชะเอมเดินเข้ามาในกระท่อมของเทียนหลังจากไม่เห็นหน้าเพื่อนสนิทมาทั้งวัน พอเห็นว่ากำลังเก็บของใส่กระเป๋าเป้เลยขมวดคิ้วพานสงสัย

"ไปเก็บของชะเอม เดี่ยวพาหนี"

"พาหนี!?" ชะเอมตะโกนออกมาด้วยความตกใจ เลยถูกเทียนพุ่งเข้ามาตะครุบริมฝีปากของเขาทันที

"ใช่ ใครจะอยู่ก็อยู่ไป" เทียนตอบกลับแล้วเอาของยัดใส่กระเป๋า ซึ่งชะเอมมองคนตรงหน้าคล้ายไม่อยากเชื่อ จะหนีได้อย่างไรในเมื่อที่นี่เป็นป่าทึบแถมการเดินทางยังซับซ้อน เขามองของในกระเป๋าที่ล้วนเป็นของกินมากกว่าอย่างอื่น

"เสือคชาบอกจะออกเดินทางคืนนี้"

"คิดอะไรพิเรนทร์อยู่เทียน จะบ้าหรือไง" ชะเอมอยากจะดึงเพื่อนมาเรียกสติ แต่ดูเหมือนเทียนไม่คิดอยากฟังอะไรทั้งนั้นนอกจากสะพายเป้ไว้บนบ่า เทียนหยิบก้อนถ่านขึ้นมาลูบที่หน้าเพื่อใช้พรางตัว 

"คอยดูแล้วกัน เดี๋ยวจะหนีออกไปให้ดู" เทียนยักคิ้วให้ชะเอมที่นั่งอ้าปากค้างไปกับความบ้าบิ่นของเพื่อนสนิท ปกติแล้วเทียนมันไม่ใช่คนแบบนี้ มีอะไรไปหล่นกระแทกหัวมาหรือเปล่า

"เทียน เดี๋ยวก่อน!" ชะเอมยังไม่ทันได้ห้ามปราม เทียนกลับวิ่งออกไปดักรอที่ต้นไม้ใหญ่ เพื่อแอบตามเสือคชาและพรรคพวกตอนที่ทุกคนออกเดินทาง

ชะเอมเดินออกมายืนหน้ากระท่อมด้วยความเดือดเนื้อร้อนใจ เขาไม่กล้าออกไปจากเขตหมู่บ้านเพราะกลัวได้รับอันตรายจากสัตว์ป่าล่าเนื้อ เขาไม่รู้ว่าควรเดินไปบอกเสือคชาดีไหม แต่ในใจลึก ๆ ก็ยังหวังให้เพื่อนของตนเองหนีออกไปได้  

ชะเอมนั่งลงบนแคร่ไม้ระหว่างนั้นก็คิดอยู่ตลอดว่าควรทำอย่างไรดี จนกระทั่งคนของเสือคชารวมตัวกันเพื่อออกเดินทางยามค่ำคืน ชะเอมขบริมฝีปากล่างของตนเองแน่น เลือกที่จะยืนเงียบไม่ปริปากเรื่องของเพื่อนออกไป 

.

.

ทว่าผ่านไปยังไม่ทันไรเขาดันได้ยินเสียงร้องโวยวายของเทียนดังลั่นมาจากทางป่า ชะเอมลุกขึ้นยืนทันได้เห็นเทียนกำลังถูกมัดมือมัดเท้านั่งอยู่ในอ้อมแขนของเสือคชาบนม้าตัวใหญ่ ใบหน้าหวานส่ายไปมาเล็กน้อย ดูท่าเขาจะคาดหวังในตัวเทียนมากไปหน่อย

เทียนถูกพาลงมาจากม้าโดยคชาแบกไว้บนบ่า เจ้าตัวน้อยออกแรงดิ้นไม่ยอมท่าเดียว

"อยู่นิ่ง ๆ "

"ไม่! ไม่อยากอยู่ที่นี่ มันป่าเถื่อน!"

"แค่กูใช้มึงซักผ้าเนี่ยนะป่าเถื่อน!" 

คชาพาไอ้ตัวแสบที่ทำให้แผนการปล้นต้องเลื่อนออกไปถึงสองสัปดาห์เพราะหากเกินเวลามันจะผิดฤกษ์ เทียนดิ้นอย่างไม่ยอมแพ้แม้จะถูกมัดข้อมือรวมไปถึงข้อเท้า พอถูกวางลงก็ไม่วายใช้มือที่ถูกมัดนั่นแหละทุบลงบนอกของคชาหลายต่อหลายที 

"หยุด!"

"ไม่!" เทียนตอกกลับเสียงเขียว ไม่มีทีท่าจะกลัวคชาเหมือนคนอื่น ๆ เลยสักนิด ตัวเท่าลูกหมาแต่ฤทธิ์มากเสียจนคชาอยากจับมาฟาดก้นต่อหน้าทุกคนให้รู้แล้วรู้รอด สุดท้ายเขาเลยจัดการมัดไว้กับต้นมะพร้าวจะได้หยุดดิ้นสักที

ร่างสูงถอยออกมายืนเท้าเอว เสียงหอบหายใจบ่งบอกได้ว่าเขาเหนื่อยมากแค่ไหนกับการจับไอ้ตัวฤทธิ์มากกลับมาที่ชุมโจรได้ทันท่วงที 

"ดื้อด้านขนาดนี้ จับทำเมียไปเลยไหมพี่ จะได้กำราบง่าย ๆ หน่อย" สมพรเสนอความคิดของตัวเอง หลงจากได้เห็นฤทธิ์เข้าจริง ๆ 

"ก็ดีเหมือนกัน จับเอาให้ท้องลูกกูสักคน"

มุมปากหยักยกยิ้มเหี้ยม ทอดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยังคงไม่มีทีท่าจะยอมลงง่าย ๆ

หากเห็นตัวช้ากว่านี้คงโดนสัตว์ป่าลากไปกินแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป